การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีค่าส่วนต่างและ CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อน และมีความเสี่ยงที่จะได้กำไรและขาดทุนอย่างรวดเร็วสูงจากระบบเลเวอเรจ นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนจากการเทรดด้วย CFD ดังนั้นก่อนลงทุน คุณควรพิจารณาก่อนว่าสามารถรับความเสี่ยง ที่มีโอกาสจะขาดทุนจากลงทุนได้หรือไม่

USD/JPY

ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน USDJPY ทั้งหมด และวิธีที่คุณสามารถใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค เพื่อเพิ่มความสามารถในการเทรดของคุณ นอกจากนี้ บทความของเรายังครอบคลุมไปถึงคำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการลงทุนในคู่สกุลเงิน USDJPY

USD JPY Live Chart

รูปนี้คือกราฟของ USDJPY ที่แสดงให้เห็นว่า USDJPY มีลักษณะการวิ่งเป็นเช่นไร กราฟในลักษณะเช่นนี้จะสามารถใช้สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้ระดับแนวรับแนวต้าน และรูปแบบราคาในอดีตเพื่อทดลองคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ USDJPY ในอนาคต ซึ่งตลอดทั้งบทความนี้ เราจะกล่าวถึงรายละเอียดเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับ USDJPY ในบทความต่อไป

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนของ USDJPY

หากคุณต้องการลงทุนกับเยนญี่ปุ่นให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องตระหนักถึงปัจจัยหลักสามประการ ที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน USDJPY:

  1. ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย
  2. ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (US Non-farm Payrolls)
  3. ข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ
 

1. อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยแสดงถึงต้นทุนการกู้ยืมเงิน และยังเป็นจำนวนเงินที่ผู้ให้กู้จะได้รับจากการให้ยืมเงิน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินลงทุน คุณสามารถลงทุน 100,000 ดอลลาร์กับธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี คุณยังสามารถลงทุนเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กับธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ในอัตรา 1% ต่อปี หากข้อเสนอไม่มีความแตกต่างที่สำคัญ คุณจะนำเงินไปลงทุนกับธนาคารกลางสหรัฐฯ เนื่องจากคุณจะได้รับผลตอบแทนจากเงินที่สูงกว่า

นักลงทุนที่เชี่ยวชาญอาจยืมเงินเยนญี่ปุ่น 1% ในญี่ปุ่น แปลงจาก JPY ให้เป็น USD และลงทุนเงินดอลลาร์ในสหรัฐฯ เพื่อรับดอกเบี้ย 5% ซึ่งเรียกว่าการ carry trade ซึ่งถือเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่อยู่เบื้องหลังการแลกเปลี่ยน เพราะสำหรับคนที่จะลงทุนเงินเยนญี่ปุ่นราคาถูก พวกเขาต้องแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐก่อน

สิ่งที่ทำให้ USDJPY ตอบสนองต่ออัตราดอกเบี้ยคือความคาดหวังที่มีต่ออัตราการแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไป  การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยหมายถึงสิ่งที่นักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางจะทำเมื่อปรับอัตราดอกเบี้ย ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นคงอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นเวลาหลายปีเนื่องจากประเทศมีภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่เน้นการส่งออกต้องการอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลง สร้างความได้เปรียบให้กับผู้นำเข้าสินค้าญี่ปุ่นมากขึ้น

ในทางตรงกันข้าม เศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้องเจอกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยบ่อยขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกายังสูงกว่าในญี่ปุ่น

การปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2022 เมื่อเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อของผู้บริโภคที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา

เทรดเดอร์และนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นหรือต่ำลงในระดับหนึ่ง เช่น 25 จุดเบสิส (หรือ 0.25%) หากเฟดทำตามที่ตลาดคาดการณ์ การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน USDJPY อาจไม่สำคัญเท่ากับว่าเฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ย 50 จุดเบสิส หรือไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ในทางกลับกัน หากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเกินหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังของตลาด ความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยน USDJPY จะมีความสำคัญมากขึ้น

2. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NFP)

รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกาเป็นข้อมูลการจ้างงานรายเดือนจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเผยให้เห็นข้อมูลการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานของประเทศและอัตราการว่างงาน กราฟ USDJPY มักจะมีการตอบสนองโดยตรงต่อการจ่ายเงินเดือนนอกภาคเกษตร หากจะให้เกิดความผันผวนในกราฟ USDJPY ตัวเลขที่ออกมาจะต้องสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับตลาด ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ในกรณีนั้น ข้อมูลที่ออกมาควรจะต้องเป็นอัตราการว่างงานคงที่หรือต่ำกว่าเพื่อสร้างความผันปวนขึ้นในกราฟ USDJPY
 
ในทางกลับกัน สมมติว่าการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานไม่เป็นไปตามที่คาด และอัตราการว่างงานคงที่หรือสูงกว่า จะส่งผลให้กราฟ USDJPY ปรับตัวลดลง รายงาน NFP ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน USDJPY เนื่องจากรายงานมีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากตลาดแรงงานสหรัฐดีขึ้นเกินคาด แสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังไปได้ดีกว่าที่คาดไว้ ข้อมูลตัวเลข NFP จะมีการประกาศออกมาในทุกๆ ต้นเดือน ในขณะเดียวกัน ก็จะมีการประกาศตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจ ที่มีข้อมูลสมบูรณ์มากขึ้น เช่น GDP ในทุกๆ ไตรมาสเป็นต้น

3. ตัวเลขยอดค้าปลีก

ข้อมูลยอดขายปลีกของสหรัฐฯ ประมาณการขายทั้งหมดภายในภาคการค้าปลีกในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจชั้นนำเนื่องจากเป็นการวัดรูปแบบการใช้จ่ายของผู้บริโภค การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากจำนวนเงินที่ผู้บริโภคต้องใช้ และทำหน้าที่เป็นมาตรวัดการจ้างงานไปในตัว ญี่ปุ่นเป็นประเทศเศรษฐกิจที่เน้นการส่งออก สินค้าจำนวนมากมักจะถูกส่งไปยังร้านค้าปลีกของสหรัฐฯ นี่ป็นสาเหตุที่ USD JPY ถึงเป็นคู่สกุลเงินที่มีความต้องการแลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และส่งผลกระทบโดยตรงต่อข้อมูลยอดขายปลีกของสหรัฐฯ

กราฟ USDJPY ทางเทคนิค

USDJPY มักจะวิ่งเป็นรูปแบบไซด์เวย์ ซึ่งหมายความว่าราคาจะแกว่งไปมาอยู่กรอบราคาแคบๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาจะวิ่งเป็นเทรนด์ USDJPY มักจะมีแนวโน้มวิ่งตรงไปในทิศทางเดียวอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จะระบุระดับราคาที่สำคัญ ซึ่งเรียกว่าระดับแนวรับและแนวต้าน

ขั้นตอนแรกสำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิคมือใหม่คือการวิเคราะห์แนวโน้มราคา USDJPY ตัวอย่างเช่น ราคาในตอนนี้กำลังวิ่งอยู่ในเทรนด์อะไร? เมื่อคุณกำหนดเทรนด์ได้แล้ว คุณสามารถเลือกกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมได้

กราฟรายวัน USDJPY ด้านล่างแสดงให้เห็นว่าการแกว่งตัวระหว่างแนวรับ 112.57 และแนวต้าน 116.32 ตามด้วยแนวโน้มขาขึ้น ที่สามารถทะลุแนวต้านเหนือระดับราคาที่ 116.32 (จุด E) ได้

กราฟ USDJPY รายวัน

เทคนิคในการเทรดในกรอบราคาแคบๆ และเทรดตามเทรนด์มีความแตกต่างกัน เทรดเดอร์บางคนชอบเทรดในกรอบ บางคนชอบเทรดตามเทรนด์ เทรดเดอร์ที่เก่งใช้เวลาหลายปีในการสร้างเสริมกลยุทธ์การเทรดเพื่อลดการขาดทุน และเพิ่มการทำกำไร ซึ่ง ATFX มีองค์ความรู้และเครื่องมือที่สามารถช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าได้

ตัวอย่างด้านล่างจะแสดงกลยุทธ์การซื้อขายในกรอบแบบง่ายๆ อย่างแรก เราจะเห็นว่าราคาซื้อขายในกรอบแคบๆ จากจุด 0 ในวันที่ 19 ตุลาคม และไม่มีความชัดเจนไปจนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว

จากกราฟรูปนี้ เราจะเห็นได้ว่า ณ จุด A กราฟ USDJPY ได้ลงมาสร้างจุดต่ำสุด ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนอีกครั้ง ในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่จุด B หากเห็นภาพแค่นี้ นักวิเคราะห์ทั่วไปคนจะซื้อที่จุด A และซื้ออีกครั้งที่ B

เมื่อเพิ่มอินดิเคเตอร์คลาสสิกอย่าง RSI (ที่เห็นในแผงด้านล่างของกราฟ) ที่จุด G เราจะเห็นว่าเกิดสภาวะ oversold อีกครั้ง นักลงทุนที่เล่นอยู่ในกรอบ จะเข้าซื้อที่จุด B และสามารถถือออเดอร์ได้จนกว่าราคาจะสูงถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน ใกล้จุด C เทรดเดอร์สามารถตั้งเส้นทำกำไรเอาไว้ใกล้เส้นประ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของกรอบราคา USDJPY

เนื่องจากเทรดเดอร์กลุ่มนี้จะไม่สนใจเทรนด์ พวกเขาจะไม่ชอร์ตที่จุด C แต่พวกเขาจะรอจนกว่าราคาจะวิ่งถึงจุด D แทน เรารู้ว่านักลงทุนกลุ่มนี้จะเทขายที่จุด C ดังนั้นพวกเขาจะขายอีกครั้งเมื่อ ราคาลงมาถึงระดับเดียวกัน ในกราฟล่าง เราจะเห็นว่า RSI ที่จุด I ต่ำกว่าที่จุด H ซึ่งบ่งชี้ว่าคู่ USDJPY สามารถวิ่งลงไปได้ต่ำกว่านี้อีก

ต่อมาที่จุด E เทรดเดอร์สามารถลองชอร์ตอีกครั้ง แต่ที่นี่ผู้ค้าจะต้องขาดทุน เนื่องจากราคาทะลุระดับสูงสุดที่จุด C และ D ได้ และได้ขึ้นไปวิ่งอยู่ที่ 112.57 ถึง 116.32 เมื่อหลุดกรอบขึ้นมาแล้ว การจะกลับไปวิ่งอยู่ในกรอบเหมือนเดิมถือเป็นเรื่องยาก การวิ่งขึ้นไปต่อในเทรนด์ใหม่จึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า หากคิดจะเทรดตามเทรนด์ต่อ ต้องใช้ชุดเครื่องมือและอินดิเคเตอร์ที่แตกต่างกัน เช่น MACD หรือรูปแบบกราฟอื่นๆ

 

วิธีการเทรดให้ประสบความสำเร็จ

การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเทรดเดอร์ USDJPY ที่ประสบความสำเร็จ การทำความเข้าใจสภาพเศรษฐกิจและการเมืองในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ดังที่อธิบายไว้ข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์พื้นฐาน นักเทรดส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นที่ปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเข้าใจภาพรวมทางเศรษฐกิจ จนสามารถสะท้อนถึงราคาของ USDJPY อย่างไรก็ตาม นักลงทุนทุกคนก็ควรที่จะต้องติดตามกระแสข่าวเศรษฐกิจเพื่อตัดสินใจซื้อขายได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การทะลุไปยังจุด E ในกราฟด้านบนอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐยังคงผลักดันให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เงินไหลเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐ การที่ญี่ปุ่นประสบแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ไม่กี่วันหลังจากการเบรกเอ้าท์ ณ จุด E ทำให้เกิดการเก็งกำไรเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเหตุผลในการขาย JPY และซื้อดอลลาร์สหรัฐได้อีกทางหนึ่ง

ประวัติความเคลื่อนไหวของกราฟ USDJPY ในอดีต

กราฟราคาย้อนหลังของ USDJPY แสดงประวัติอัตราแลกเปลี่ยน USDJPY ย้อนหลังไปเกือบทศวรรษ วิวัฒนาการความเคลื่อนไหวของในอดีต USDJPY ช่วยให้เทรดเดอร์ศึกษาพฤติกรรมของคู่สกุลเงินนี้ ณ ช่วงเวลาเฉพาะเจาะจงได้ นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งเคยสั่นสะเทือนตลาดลงทุนมาแล้ว

ในปี 2008 การล่มสลายของตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือวิกฤตซับไพรม์ของสหรัฐฯ ทำให้เกิดวิกฤตการเงินโลก วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบต่อปัจจัยหลักทั้งสามที่มีอิทธิพลต่อ USDJPY ที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ ประการแรก ธนาคารกลางส่วนใหญ่ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยลงสู่จุดต่ำสุด ธนาคารกลางแต่ละแห่งต้องใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในรูปแบบเฉพาะเพื่อให้เศรษฐกิจของตนกลับมาอยู่ในทิศทางที่ดี ภาคการผลิตและการจ้างงานก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เช่นเดียวกับอำนาจการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค

หลังจากนั้น เศรษฐกิจโลกส่วนใหญ่ฟื้นตัวในอีกไม่กี่ปีต่อมา ก่อนจะมาเจอการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปี 2020 ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดการเงินโลก ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ การศึกษาอัตราแลกเปลี่ยน USDJPY ในช่วงเวลาเหล่านี้สามารถทำให้เทรดเดอร์ทราบว่า USDJPY มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมการวิ่งอย่างไรในการตอบสนองต่อข่าวและเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะเฉพาะตัว

คุณสามารถใช้ข้อมูลในตารางด้านบนเพื่อทำความเข้าใจว่าปีใดที่การลงทุนใน USDJPY มีประสิทธิภาพดีที่สุดและแย่ที่สุด คุณยังตรวจสอบได้ด้วยว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีรูปแบบการเคลื่อนตัวเป็นวัฏจักร ยกตัวอย่างเช่น เราจะเห็นว่า USDJPY ในปี 2012 เคยวิ่งอยู่ต่ำกว่า 80.00 ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงที่สกุลเงินเยนแข็งค่ามากที่สุด ณ ขณะนั้น เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับวิกฤเศรษฐกิจโลกในปี 2008 โครงการ QE ของเฟดยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นภายในปี 2016 USDJPY สามารถปรับตัวกลับขึ้นมาวิ่งอยู่ที่  125.00 น. เนื่องจากโครงการ QE ของเฟดมีผลตามที่ต้องการต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และดึงดูดกระแสการลงทุนกลับเข้าสู่ประเทศได้ นอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังได้รับแรงหนุนจากการผลิตน้ำมันจากชั้นหิน ทำให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบเป็นครั้งแรก ในขณะที่ญี่ปุ่นไม่มีน้ำมันดิบสำรองและเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบ ดังนั้น หลังจากที่สหรัฐฯ กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมัน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่อ่อนค่าลง

ขาลงของราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2017 ถึง 2020 ทำให้น้ำมันจากชั้นหินมีต้นทุนที่แพงเกินกว่าจะผลิต ปัจจัยนี้ทำให้ความได้เปรียบของดอลลาร์สหรัฐเหนือเยนลดลง ในปี 2020 ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Reserve) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ใกล้ศูนย์หลังการระบาดของโควิด-19 ทำให้ USDJPY อยู่ในช่วงของการวิ่งแบบปรับฐานเนื่องจากไม่มีความแตกต่างในอัตราดอกเบี้ยระหว่างทั้งสองประเทศ

ดังนั้น หากเทรดเดอร์ต้องการทราบว่าปัจจัยอะไรที่ผลักดันให้ USDJPY ปรับตัวขึ้นลง การหาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในอดีตและลักษณะการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้นักลงทุนรู้ว่าควรให้ความสนใจกับจุดไหนมากยิ่งขึ้น

 

USDJPY Pip Value

Pip Value ของ USDJPY หมายถึงมูลค่าเงินของหน่วยที่เปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนของคู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบเยนญี่ปุ่น PIP (หรือ Percentage Interest Point) เป็นหน่วยวัดที่เล็กที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนของคู่สกุลเงิน 1 pip มีค่าเท่ากับ 0.0001 จุด

จนถึงปี 2010 การกำหนดราคาอัตราแลกเปลี่ยนของคู่สกุลเงินส่วนใหญ่เป็นทศนิยมสี่ตำแหน่ง ในขณะที่การจับคู่เงินเยนเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง ทุกวันนี้ โบรกเกอร์กำหนดราคาคู่เงินเยนเป็นทศนิยมสามตำแหน่ง โดยทศนิยมสุดท้ายมีค่าที่ 1/10 ของ pip

เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไปแบบจุดต่อจุด เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะแปลเป็นเงินที่ทำให้ได้กำไรหรือขาดทุนได้อย่างไร

ยิ่งคุณมีเงินในการเทรดมากเท่าไหร่ มูลค่า pip จะยิ่งสูงขึ้น สมมติว่าคุณทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคู่ USDJPY เงินลงทุนที่คุณทำในการซื้อขาย USDJPY ให้ pip value อยู่ที่ $9.80 คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกครั้งที่อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนเป็น $9.80 ต่อ pip หากราคาขยับ 20 pip เทียบกับคุณ จะเป็นลบ 9.8 X 20 = $196 หากอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวต 30 pip คุณจะได้รับ 9.8 X 30 = $294

การทราบ pip value ของ USDJPY จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าคุณอาจได้กำไรหรือขาดทุนต่อการเทรดมากน้อยเพียงใด ด้วยข้อมูลนี้ คุณสามารถปรับระดับความเสี่ยงของคุณ เพื่อให้การขาดทุนเพียงครั้งเดียวไม่ทำให้เงินทุนในการเทรดของคุณหมดลง

วิธีการคำนวณค่า Pip Value ของกราฟ USDJPY

ล็อต (lot) มาตรฐานมีมูลค่า 100,000 หน่วยของสกุลเงิน ตัวเลขนี้ได้มาจากการคูณขนาดของสัญญาด้วยจำนวนจุด ที่ประกอบเป็น pip ดังนั้น ล็อตมาตรฐานสำหรับ USDJPY = (100,000 x 0.01pips) = 1,000 JPY

มูลค่าของ pip ในหน่วย USD นั้นได้มาจากการหารมูลค่า pip ในหน่วย JPY ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยนสำหรับ USDJPY ในขณะที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่คือ 122.06; จะเท่ากัยว่า 1,000/122.06 = 8.19 USD

ดังนั้น ล็อตมาตรฐานของคู่ USDJPY จึงมีมูลค่า 1,000 เยน หรือ 8.1926 USD

ในการรับค่า pip สำหรับ mini-lot หรือ micro-lot ให้อ้างอิงกับการคำนวณครั้งแรกโดยที่คูณขนาดของสัญญา (10,000 สำหรับ mini-lot หรือ 1,000 สำหรับ micro-lot) ด้วย 0.01 ซึ่งจะให้ 100 JPY สำหรับ mini-lot (0.81 USD) หรือ 10JPY (0.081 USD)

การคำนวณกำไรขาดทุนของกราฟ USDJPY

ตอนนี้เรารู้มูลค่าของ 1 pip ของคู่ USDJPY แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการดูว่ามูลค่า pip นี้แปลเป็นกำไรหรือขาดทุนในการซื้อขายจริงได้อย่างไร

  • หากเทรดเดอร์ซื้อ USDJPY ที่ 122.10 และอัตราแลกเปลี่ยนของทั้งคู่เพิ่มขึ้นเป็น 122.30 การเทรดครั้งนี้จะได้รับ 20 pips เป็นกำไรที่เทียบเท่ากับ USD คือ 20 X 8.1926 = 163.852 ดอลลาร์
  • หากการเทรดในจุดเดียวกันปิดที่ 121.10 การเทรดนี้จะขาดทุน 100 pip และออเดอร์นี้จะขาดทุน 100 X 8.1926 = -$819.26

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเทรดกราฟ USDJPY

USDJPY เปิดให้เทรด24 ชั่วโมงต่อวัน ห้าวันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ 17.00 น. EST ในวันอาทิตย์ ถึง 17.00 EST ในวันศุกร์ ปฏิทินฟอเร็กซ์ยังนับเวลาการซื้อขายนี้ด้วย เนื่องจากไม่มีกำหนดการข่าวความเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่ข่าวความเคลื่อนไหวของตลาดจะเข้ามากระทบกราฟในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งตลาดยังคงปิดทำการ สิ่งเหล่านี้จะสร้างช่องว่างระหว่างราคา (gap) เมื่อตลาดเปิดทำการในวันจันทร์

คุณต้องจำเอาไว้ว่าชั่วโมงการที่สามารถลงทุนใน USDJPY และช่วงที่กราฟ USDJPY มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดไม่เหมือนกัน คู่สกุลเงิน USDJPY คือสองสกุลเงิน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกาเหนือและเอเชีย ดังนั้น จะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญมาก เกิดขึ้นในเขตเวลานิวยอร์กและเขตเวลาโตเกียว อย่างไรก็ตาม เขตเวลาโตเกียวไม่ผันผวนเท่ากับเขตเวลานิวยอร์ก แม้แต่ธนาคารในญี่ปุ่นก็ยังรอจนถึงช่วงการซื้อขายในลอนดอนเพื่อดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ชั่วโมงที่เขตเวลานิวยอร์กและลอนดอนทับซ้อนกันมักจะมีกิจกรรมการลงทุนที่คึกคักที่สุด เช่นเดียวกับช่วงที่มีการประกาศตัวเลขข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นี่คือเวลาที่คู่ USDJPY จะผันผวนมากที่สุด แต่หลังจากนั้น ปริมาณการซื้อขายนอกเวลาดังกล่าวจะมีน้อยและมีความผันผวนต่ำ

3 ขั้นตอนลงทุนในกราฟ USDJPY ให้เหมือนกับเป็นมืออาชีพ

ส่วนนี้อธิบายวิธีแลกเทรดคู่ USDJPY ในปี 2022 การเทรดหรือการลงทุนใน USDJPY อย่างมืออาชีพสามารถทำได้โดยใช้กลยุทธ์สามขั้นตอนง่ายๆ

A. สร้างกลยุทธ์การเทรด

หากคุณเทรดคู่ USDJPY คุณต้องมีกลยุทธ์การซื้อขายที่ใช้งานได้ กลยุทธ์การเทรดที่ใช้งานได้เป็นเวลาหนึ่งเดือนและไม่สามารถใช้งานได้ในอีกสามเดือนข้างหน้าจะไม่ช่วยให้การเทรดของคุณดีขึ้น คุณสามารถใช้บัญชีทดลอง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของกลยุทธ์การเทรดของคุณ หรือคุณสามารถใช้บัญชีจริงแต่เทรดด้วยล็อตขนาดเล็ก เพื่อทดสอบตลาดไปก่อนได้
กลยุทธ์การเทรดที่มีประสิทธิภาพจะแนะนำองค์ประกอบของการทำงานของการทำงานในระบบเอาไว้อย่างละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจได้ว่าเขา/เธอจะเข้าสู่โลกของการลงทุนได้ตามภาพที่จินตนาการเอาไว้ นอกจากนี้ กลยุทธ์การเทรดที่ดีจะต้องบอกเทรดเดอร์เมื่อต้องปิดออเดอร์ออกจากตลาด หากคุณพัฒนากลยุทธ์ที่ใช้งานได้จริงหรือมีกลยุทธ์ฃที่คุณสามารถคัดลอกการเทรดได้ คุณจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่เทรดโดยไม่มีกลยุทธ์ที่มั่นคง โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์เช่น ATFX มีระบบการศึกษาและเครื่องมือการเทรดเป็นจำนวนมาก เช่น ตัวบ่งชี้แนวรับและแนวต้านของ ATFX เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ
 
การสร้างกลยุทธ์เริ่มต้นด้วยการกำหนดค่าของกลยุทธ์ และทดสอบในบัญชีทดลอง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นบัญชีเงินจริงที่มีทุนต่ำ หากกลยุทธ์นี้รอดจากการตรวจสอบบัญชีเงินจริง คุณสามารถปรับใช้กับบัญชีที่มีเงินทุนมากขึ้นได้
 

B. การบริหารความเสี่ยง

แม้แต่กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในบางครั้งก็ยังขาดทุน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีการบริหารความเสี่ยงเข้ามา การจัดการความเสี่ยงจะป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุนมหาศาล และการขาดทุนในระดับที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ขั้นแรก คุณต้องกำหนดว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากเพียงใด หากคุณเกิดขาดทุนต่อเนื่อง เทรดเดอร์มืออาชีพจะเสี่ยงไม่เกิน 2-3% ของเงินทุนในบัญชี วิธีการดังกล่าวปกป้องเงินทุนของคุณในระยะยาวได้

C. ใช้ระบบเทรดเพียงระบบเดียว

ยึดมั่นในกลยุทธ์เดียวและและฝึกอยู่กับกลยุทธ์นั้นจนเชี่ยวชาญ อย่าตกหลุมพรางดูวิดีโอออนไลน์ของเทรดเดอร์ขายฝัน ที่ทำเงินได้ต่อวันหลายพันดอลลาร์โดยใช้กลยุทธ์ทำกำไร 100%  กลยุทธ์ที่ดีที่สุดอาจจะใช้ไม่ได้ผลเมื่อไปอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้วิธีการใช้งาน ดังนั้น แทนที่จะกระโดดจากกลยุทธ์หนึ่งไปยังอีกกลยุทธ์หนึ่ง คุณควรใช้กลยุทธ์ที่ทำกำไรได้ และคลุกคลีอยู่กับมัน เพื่อดูว่าคุณสามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ของคุณได้ดีที่สุดเพียงใด

ทำไมถึงต้องเทรดกราฟ USDJPY กับ ATFX

สเปรดที่มีการแข่งขันสูง

เพลิดเพลินกับสเปรดที่แข่งขันได้ใน EURUSD และ GBPUSD

เทรดฟอเร็กซ์ได้แบบไม่มีหยุดตลอด 24/5

24 ชั่วโมงต่อวัน, 5 วันต่อสัปดาห์, ให้คุณมีความยืดหยุ่นและเวลาที่เพียงพอสำหรับการทดสอบแผนการเทรดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ long, short, หรือเฮดจ์

เทรดคู่เงินที่มีสเปรดต่ำ 44 คู่

เราช่วยเหลือเทรดเดอร์ของเราในการนำกลยุทธ์การเทรดของพวกเขามาใช้กับคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ 44 คู่ โดยมีฝ่ายบริการลูกค้าในท้องถิ่นที่พร้อมให้บริการตลอด 24/5

การเทรดแบบ STP

การเทรดแบบ Straight Through Processing (STP) จะมีการดำเนินคำสั่งเทรดที่มีคุณภาพสูงสุดและมีเวลาแฝงที่ต่ำที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

USD JPY เป็นคู่สกุลเงินที่จับคู่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ กับเงินเยนของญี่ปุ่น

ไม่มีคู่สกุลเงินใดที่มีค่ามากกว่าอีกคู่สกุลเงินหนึ่ง คำถามนี้พูดในเชิงเปรียบเทียบของปริมาณการซื้อขายในแต่ละวัน ซึ่งมีมีเพียง EURUSD และ GBPUSD เท่านั้นที่มีปริมาณการซื้อขายรายวันมากกว่า USDJPY

คู่ EURUSD และ EURGBP มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ USDJPY แต่ความสัมพันธ์ของคู่สกุลเงินเหล่านี้ยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

USDJPY มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคู่เงินเยนส่วนใหญ่ เช่น คู่ GBPJPY และ EURJPY

USDJPY เริ่มวิ่งตั้งแต่เวลา 17.00 น. EST ในวันอาทิตย์ไปจนถึงวันศุกร์ เวลา 17.00 น. EST

ตัวแจ้งเตือนสัญญาณเทรด USDJPY เป็นการแจ้งเตือนที่บอกเทรดเดอร์ว่าเมื่อใดควรเข้าซื้อหรือขายบนกราฟ USDJPY พารามิเตอร์เหล่านี้มักจะถูกตั้งค่าก่อนที่จะส่งสัญญาณไปยังเทรดเดอร์

ความผันผวนของ USDJPY จะปรากฎน้อยลงในช่วงเวลาตลาดคาบเกี่ยวกันของโซนเวลาลอนดอนและนิวยอร์ก ช่วงรอยต่อระหว่างโซนเวลาเอเชียและลอนดอน ระหว่าง 21:00 GMT และโตเกียวจะเปิดเวลา 00:00 GMT เป็นเวลาที่คู่ USDJPY มีความเคลื่อนไหวน้อยที่สุด ความผันผวนจะลดลงอีกในช่วงระหว่าง 03:00 ถึง 05:00 GMT เมื่อตลาดโตเกียวปิดตัวลงและลอนดอนเริ่มเปิด นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการเทรดกับคู่ USDJPY ในช่วงเวลาเหล่านี้

จากการวิเคราะห์กราฟล่าสุดของ USDJPY พบว่ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐได้เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกตลอดทั้งปี 2022 อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในสหรัฐทำให้ตราสารสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีความน่าดึงดูดใจมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความต้องการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เงินลงทุนไหลเข้าดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น เราจึงคาดว่า USDJPY จะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

จุดสูงสุดของคู่สกุลเงิน USDJPY บันทึกไว้ที่ 147.67 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 1998 ในช่วงนั้นเกิดวิกฤตการธนาคารของญี่ปุ่น

ในการคำนวณขนาดออเดอร์ USDJPY คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ควรลงทุนเกิน 3% ของเงินทุนในบัญชีซื้อขายทั้งหมดของคุณ คุณต้องทราบมูลค่า pip ของ USDJPY สำหรับออเดอร์ของคุณ จุดตัดขาดทุน และเลเวอเรจจากโบรกเกอร์ สมมติว่าเงินทุนของคุณคือ 5,000 ดอลลาร์ คุณควรตั้งเป้าที่จะเสี่ยงไม่เกิน 3% ของเงินจำนวนนี้ ซึ่งก็คือ 150 ดอลลาร์ เลเวอเรจ 1:30 เป็นมาตรฐานการลงทุนกับกราฟคู่EUR/GBP  ซึ่งหมายความว่าทุกๆ 30 ดอลลาร์ที่ คุณจะต้องจ่าย 1 ดอลลาร์เป็นหลักประกันมาร์จิ้น หากคุณวางเงินทั้งหมด 150 ดอลลาร์เป็นหลักประกันมาร์จิ้น คุณจะได้รับสามสิบเท่าของจำนวนนี้เป็นกำลังซื้อ ซึ่งก็คือ 150 X 30 = $4500

มินิล็อตของ USDJPY คือ 10,000 หน่วยของสกุลเงิน 10,000 หน่วยหารด้วย 4500 = 2.22 ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถซื้อ 2.22 mini-lots ด้วยเงิน $150 (3% ของบัญชีของคุณ) ในเวลาเดียวกัน pip value ของ 2.22 mini lot คือ:

– 0.81926 (ดูการคำนวณภายใต้ pip value USD JPY) X 2.22 = 1.8188 USD

– ดังนั้น Stop Loss สูงสุดที่คุณสามารถตั้งค่าได้สำหรับตำแหน่งคือ 150/1.8188 = 81.47 pips

ดังนั้นขนาดออเดอร์สำหรับบัญชี $5000 ใน USDJPY ไม่ควรเกิน 2.22 มินิล็อต (0.22 ล็อต) โดยมีจุดขาดทุนที่ 82 pips นี่เป็นขนาดออเดอร์สูงสุดและจุดตัดขาดทุนที่ยอมรับได้ ซึ่งไม่ละเมิดหลักการบริหารความเสี่ยง แน่นอน คุณมีอิสระที่จะลดจำนวนลงเพื่อให้คุณได้รับการปกป้องมากขึ้น

ตลาดฟอเร็กซ์เปิดให้ซื้อขายเวลา 17.00 น. EST ในเย็นวันอาทิตย์ และปิดสำหรับการซื้อขายเวลา 17.00 น.EST ในวันศุกร์

กราฟความผันผวนของ USDJPY ได้แสดงให้เห็นว่าเวลาที่ดีที่สุดในการเทรดกราฟ USDJPY

คือระหว่าง 12.00 ถึง 15.00 GMT ซึ่งเป็นเวลาตลาดลอนดอนและนิวยอร์กคาบเกี่ยวกัน

USDJPY และทองคำมีความสัมพันธ์เชิงลบ และมักจะวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามเสมอ แต่ก็มีกรณียกเว้นเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีความผิดปกติ อย่างเช่นตอนนี้ คุณอาจจะเห็นกราฟ USDJPY วิ่งไปในทิศทางเดียวกันกับราคาทองคำ เพราะทั้งสองมีสถานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ตอนนี้คุณจึงเห็นกราฟทั้งสองปรับตัวเพิ่มขึ้นเหมือนกัน  

 
ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for the UK residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, or a solicitation to buy or sell any investments. Please visit https://www.atfx.com/ar/ to proceed.
ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for the UK residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, or a solicitation to buy or sell any investments. Please visit https://www.atfx.com/en/ to proceed.
ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for the UK residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, or a solicitation to buy or sell any investments. Please visit https://www.atfx.com/en-za/ to proceed.
ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for Hong Kong residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, solicitation to buy or sell any investments.

使用限制: 本網站的產品及服務不適合香港居民使用。網站內部的信息和素材不應被視為分銷,要約,買入或賣出任何投資產品。

ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for the UK residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, or a solicitation to buy or sell any investments. Please visit https://atfxgm.eu/en/ to proceed.

ATFX

Restrictions on Use

AT Global Markets (UK) Limited does not offer trading services to retail clients.
If you are a professional client, please visit https://atfxconnect.com