การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีค่าส่วนต่างและ CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อน และมีความเสี่ยงที่จะได้กำไรและขาดทุนอย่างรวดเร็วสูงจากระบบเลเวอเรจ นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนจากการเทรดด้วย CFD ดังนั้นก่อนลงทุน คุณควรพิจารณาก่อนว่าสามารถรับความเสี่ยง ที่มีโอกาสจะขาดทุนจากลงทุนได้หรือไม่

กลยุทธ์การเทรดรายวันสำหรับนักลงทุนมือใหม่

กลยุทธ์การเทรดรายวันมีหลากหลายรูปแบบ สาเหตุที่การเทรดในลักษณะนี้มีเยอะเพราะเทรดเดอร์แต่ละคนสามารถแก้ไขรายละเอียด และเงื่อนไขการลงทุนตามแบบฉบับของตัวเองตามต้องการได้ การเลือกกลยุทธ์ที่ถูกต้องจะขึ้นอยู่กับความชอบ สไตล์ และสภาพแวดล้อมของเทรดเดอร์แต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป หรือบางครั้งก็อาจจะขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณทุ่มเท ประสบการณ์ ความมั่นใจ และขนาดบัญชีของคุณ

แต่ไม่ว่ากลยุทธ์การลงทุนจะเป็นเช่นไร จุดที่คุณควรให้ความสนใจมากที่สุดคือตัวคุณเอง มีแต่คุณเท่านั้นที่จะตัดสินใจว่าคุณต้องการอะไรและสิ่งนั้นจะกำหนดกลยุทธ์การเทรดของคุณ บทความนี้จะเผยให้เห็นข้อมูลกลยุทธ์การเทรด ที่เป็นที่นิยมเพื่อให้คุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

 

เดย์เทรดดิ้งคืออะไร?

คำว่าเดย์เทรดดิ้ง (Day Trading) ก็เป็นคำตอบอยู่แล้วว่ากลยุทธ์การลงทุนแบบนี้จะมีลักษณะเป็นเช่นไร เดย์เทรดดิ้งเป็นการซื้อขาย/เทรดระหว่างวัน ซึ่งจะไม่มีการเปิดคำสั่งซื้อขายข้ามคืนโดยเด็ดขาด ในการเริ่มต้นเดย์เทรดดิ้ง มือใหม่ส่วนมากจะทำการเทรดอยู่ในช่วงกลางวัน เนื่องจากการซื้อขายข้ามคืนอาจทำให้เกิดหายนะกับเทรดเดอร์บางคนได้ อีกครั้ง การเลือกเวลาเทรดจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลอีกครั้ง แต่นั่นเป็นสาเหตุที่คุณมักจะเห็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มักจะสามารถถือออเดอร์ได้นานขึ้น

เดย์เทรดดิ้งเหมือนกันกับการเทรดทุกวันหรือไม่?

เดย์เทรดถูกจัดว่าเป็นการเทรดที่ต้องทำทุกวัน เพราะคุณต้องเข้ามาในตลาดทุกวันเพื่อทำกำไร

การเทรดแบบนี้สามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการซื้อขายระยะสั้น คุณไม่ได้ลงทุนในระยะยาว คุณกำลังใช้เงินทุนของคุณทำงานในแต่ละวัน ไม่ต่างอะไรกับการทำงานประจำ แต่เปลี่ยนเป็นคุณใช้เงินของคุณออกไปทำงานแทน

 

วิธีการเริ่มต้นเป็นเดย์เทรดดิ้ง?

  1. เปิดบัญชีซื้อขายออนไลน์ และทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม
  2. สร้างกลยุทธ์การเทรดรายวัน

ก. การตั้งค่าคำสั่งเทรด – กำหนดเงื่อนไข เพื่อวางทิศทางการเทรดและตำแหน่งที่จะวางออเดอร์

ข. การจัดการความเสี่ยง – ตัดสินใจว่าคุณจะวางจุดตัดขาดทุน (Stop-loss) และจุดทำกำไรเอาไว้ที่ใด การตั้งค่าคำสั่งทั้งสองนี้จะสามารถทำให้คุณควบคุมความเสี่ยงต่อการวางออเดอร์แต่ละครั้งได้

ค. การวางออเดอร์ – นี่คือขั้นตอนที่คุณจะตัดสินใจวางคำสั่งซื้อขายในตลาดแล้ว

ง. การจัดการออเดอร์ – ในบางครั้ง คุณอาจจำเป็นต้องจัดการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง stop loss ของคุณในขณะที่กำลังเทรดอยู่ 

  1. เมื่อเข้าใจเงื่อนไขก่อนเทรดแล้ว ทีนี้คุณก็พร้อมที่จะเริ่มลงทุนได้

analysis-trading-strategies-day-trading-strategies-man-image

กลยุทธ์เดย์เทรดสำหรับนักลงทุนมือใหม่

ตอนนี้เรามาถึงเหตุผลที่คุณมาที่นี่แล้ว เพื่อดูตัวอย่างของกลยุทธ์การเทรดรายวันบางส่วน ในบทความนี้เราได้เลือกกลยุทธ์การซื้อขายรายวันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จากหลายๆ ประเภทและให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเทรดที่คุณสามารถศึกษาเพื่อนำมาเป็นต้นแบบการลงทุนได้

กลยุทธ์เหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะใช้งานง่ายและตรงไปตรงมา แต่อย่าประมาทศักยภาพและความเรียบง่ายของมัน กลยุทธ์เหล่านี้สามารถทำกำไรและเคยพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

ก่อนที่เราจะเข้าสู่การแนะนำกลยุทธ์ เราจำเป็นต้องเตือนคุณก่อนว่า ถึงแม้เดย์เทรดจะมีข้อดีมากมายแค่ไหน แต่ก็ไม่มีการรับประกันความสำเร็จ เช่นเดียวกับกลยุทธ์การซื้อขายอื่นๆ ไม่มีวิธีการและกลยุทธ์การเทรดใดที่มีอัตราความสำเร็จ 100% และสามารถเปิดทิ้งไว้ให้ทำงานได้ตลอด 

คุณต้องตระหนักว่าการจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ และการทำความเข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมเทรดเดอร์บางคนถึงล้มเหลว จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าการเทรดที่ดีควรเป็นเช่นไร เราต้องเตือนคุณด้วยว่าเราเป็นโบรกเกอร์เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเราไม่สามารถบอกคุณได้ว่าจังหวะไหนของตลาดควรตัดสินใจเช่นไร กลยุทธ์ต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น และคุณควรศึกษาข้อมูลทั้งหมดด้วยตัวคุณเองก่อนตัดสินใจเทรดจริงๆ

กลยุทธ์การเทรดที่ 1: เบรกเอาท์

กลยุทธ์การเทรดแบบเบรกเอาท์คือการเทรดในจังหวะที่ราคาหลุดกรอบแนวรับหรือแนวต้านสำคัญไป นักลงทุนที่นิยมใช้กลยุทธ์นี้ มักจะชอบลงทุนในจังหวะที่ตลาดพึ่งจะตัดสินใจว่าควรจะวิ่งไปในทิศทางใด เปิดโอกาสให้ทำกำไรตั้งแต่ช่วงต้นเทรนด์

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างการสร้างกลยุทธ์การเทรดแบบเบรกเอาท์แบบเป็นขั้นตอน

วิธีการตั้งค่ากลยุทธ์

  1. ระบุระดับแนวรับและแนวต้าน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเห็นแนวรับแนวต้านอย่างน้อยสองระดับ ที่อยู่สูงและต่ำกว่าระดับราคาปัจจุบัน
  2. ระบุเทรนด์ในแต่ละวันให้ได้ และเทรดไปในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มนั้น หากตลาดกำลังยกจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดใหม่ให้สูงกว่าเดิม คำสั่งซื้อเท่านั้นคือสิ่งที่คุณต้องการ ในทางกลับกัน หากตลาดกำลังสร้างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ต่ำลง ให้นักลงทุนตัดสินใจวางคำสั่งขายได้เลย
  3. ระบุระดับการเข้าและออกที่เป็นไปได้ของคุณ (จุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุน) โดยต้องอ้างอิงจากระดับแนวรับแนวต้านที่คุณได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ หากตลาดมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวสูงขึ้น ให้วาง Stop Loss ไว้ที่ระดับแนวรับและตั้งเป้าหมายที่ระดับแนวต้านถัดไป

การจัดการความเสี่ยง

  1. เมื่อสามารถระบุจุดเข้าออกได้แล้ว ให้ตัดสินใจว่าคุณจะยอมรับความเสี่ยงกับการเทรดครั้งนี้ได้มากแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น บัญชีของคุณไม่ควรรับความเสี่ยงเกิน 1% คุณก็ไม่ควรที่จะวางออเดอร์เยอะเกินกว่า 1% นี้ คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง
  2. พิจารณาภาพรวมพอร์ตการลงทุนของคุณทั้งหมด บางทีบัญชีของคุณอาจะไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้เกิน 2% ต่อการวางคำสั่งเทรดแต่ละครั้ง

จังหวะการเข้าเทรด

  1. หาจุดเบรกเอาท์ของคุณให้เจอ เมื่อแท่งเทียนมีราคาปิดสูงหรือต่ำกว่า 50% ของตัวมัน เมื่อเทียบกับแนวรับหรือแนวต้าน เพราะนั่นคือการส่งสัญญาณว่าตลาดกำลังเลือกทิศทางแล้ว
  2. มีตำแหน่งเข้าที่ถูกต้องแล้ว คุณจำเป็นต้องมีการคำนวณขนาดของ lot ที่เหมาะสมเอาไว้แล้วด้วย ที่สำคัญ อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีการวางจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนก่อนทำการวางออเดอร์ทุกครั้ง

analysis-trading-strategies-day-trading-strategies-graph-image

การเทรดแบบเบรกเอาท์สามารถใช้เทรดได้ทุกวัน ขอเพียงเห็นจังหวะที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่เราได้อธิบายเอาไว้ในตอนแรก ยกตัวอย่างเช่นหากคุณเป็นเดย์เทรด คุณอาจจะมองหาจุดเบรกเอาท์ในตอนเช้า และรอเวลาให้เทรนด์ได้วิ่งขึ้นหรือลงมาถึงจุดเข้าของคุณ เมื่อเทรดแล้ว ก็ปิดทำคำสั่งซื้อขายนั้นก่อนที่จะหมดวัน

นักลงทุนฟอเร็กซ์นิยมใช้กลยุทธ์เบรกเอาท์ในจังหวะที่ตลาดลอนดอนเปิด คุณอาจจะเริ่มจากการเทรดในช่วงตลาดลอนดอนได้ บ่อยครั้งที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลานี้ แนวคิดก็คือเมื่อตัดสินใจเลือกทิศทางแล้ว (เกิดการเบรกเอาท์แล้วในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง) คุณสามารถเทรดตามนั้นได้เลย เพราะการลงทุนด้วยกลยุทธ์นี้ คุณจะต้องบังคับตัวเองให้ปิดในช่วงบ่ายหรือเย็นของวันนั้นอยู่แล้ว

 

กลยุทธ์การเทรดที่ 2: การเทรดตามเทรนด์

การเทรดตามเทรนด์คือการซื้อขายโดยพิจารณาจากความแข็งแกร่งของเทรนด์ ยกตัวอย่างเช่น ในแนวโน้มขาขึ้น หากมีผู้ซื้อมากพอ ก็จะมีแรงส่งที่คอยผลักดันการเคลื่อนไหว เพื่อให้เทรนด์ขาขึ้นสามารถดำเนินต่อไปได้

กลยุทธ์การเทรดตามเทรนด์จะขึ้นอยู่กับความผันผวนและปริมาณการซื้อขาย ในตัวอย่างนี้ เราจะใช้อินดิเคเตอร์ RSI เป็นตัววัด ด้านล่างนี้คือคำแนะนำทีละขั้นตอนของกลยุทธ์การเทรดตามเทรนด์

วิธีการตั้งค่ากลยุทธ์

  1. ระบุทิศทางของเทรนด์ให้ได้ หากตลาดทำจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น เทรนด์ก็จะปรับตัวสูงขึ้นตาม ในทางกลับกัน เทรนด์ขาลงก็จะเกิดขึ้นจากจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ต่ำลง การเทรดด้วยกลยุทธ์นี้ เราจะเทรดก็ต่อเมื่อสามารถระบุเทรนด์ของราคาได้แล้วเท่านั้น
  2. สำหรับการใช้ RSI เป็นตัวช่วยพิจารณาเทรนด์ ให้รอจนกว่า RSI จะเข้าสู่โซน overbought (สูงกว่าระดับ 70) หรือ oversold (ต่ำกว่าระดับ 30) การเทรดนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าคุณมองทิศทางใดเอาไว้ในใจ หากเป็นแนวโน้มขาขึ้น คุณต้องการให้ RSI อยู่ใน oversold เพิ่มหาจุดเข้า และในทางกลับกันหากอยู่ในแนวโน้มขาลง คุณก็ต้องรอจนกว่า RSI จะอยู่ใน overbought
  3. สมมุติว่าคุณมองว่าตลาดเป็นขาขึ้น หาก RSI เคลื่อนออกจากโซน oversold แล้ว นั่นคือสัญญาณให้เข้าเทรด ที่เหลือก็คือเราแค่ต้องรอสัญญาณการยืนยันการเคลื่อนไหวของราคาว่าจะเป็นไปตามที่เราคิดหรือไม่

การจัดการความเสี่ยง

  1. วาง stop loss เอาไว้ในจุดที่คิดว่าตลาดจะขึ้นหรือลงมาไม่ถึง หากตลาดเป็นแนวโน้มขาขึ้น ให้วาง Stop Loss เอาไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้า หากกราฟลงมาต่ำกว่าจุดต่ำสุด แสดงว่าการคาดการณ์ของคุณไม่ถูกต้อง อาจเป็นเพราะตลาดไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้ต่ออีกแล้ว หรืออาจจะกำลังอยู่ในช่วงสะสมแรงและไม่มีโมเมนตัมขาขึ้น
  2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณวางคำสั่งซื้อขายในขนาดที่ไม่เกิน 1% 
  3. เราจะไม่วางจุดทำกำไรกับการเทรดด้วยกลยุทธ์นี้ เพราะเราจะอยู่กับเทรนด์นี้ไปจนกว่าจะหมดแรงส่ง

การวางออเดอร์

  1. เมื่อพบเห็นสัญญาณวางออเดอร์จาก RSI ทีนี้ก็รอเพียงพฤติกรรมแท่งเทียนเท่านั้นเพื่อยืนยันการเป็นเทรนด์
  2. รอให้แท่งเทียนที่มีขนาดใหญ่กว่าแท่งล่าสุด สามารถปิดครอบคลุมจุดต่ำสุดหรือจุดสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้าได้

การจัดการบริหารออเดอร์

  1. เมื่อวางคำสั่งซื้อขายไปแล้ว ให้รอขยับ stop-loss ของคุณทุกครั้ง เมื่อกราฟสร้างจุดต่ำสุดใหม่ (สำหรับขาขึ้น) เราจะออกจากตลาดต่อเมื่อราคาไม่สามารถสร้างจุดต่ำสุดใหม่ที่สูงขึ้นกว่าจุดสูงสุดเดิมได้อีกแล้ว

 

กลยุทธ์การเทรดที่ 3: จังหวะกลับตัว

กลยุทธ์การเทรดจังหวะกลับตัวคือการรอเข้าตลาดในจังหวะที่เห็นว่าเทรนด์ที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้ได้สิ้นสุด และกำลังเกิดการเปลี่ยนเทรนด์แล้ว ด้านล่างนี้คือตัวอย่างทีละขั้นตอนของการเทรดด้วยกลยุทธ์จังหวะกลับตัว

วิธีการตั้งค่ากลยุทธ์

  1. ระบุทิศทางของเทรนด์ให้ได้ หากตลาดทำจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น เทรนด์ก็จะปรับตัวสูงขึ้นตาม ในทางกลับกัน เทรนด์ขาลงก็จะเกิดขึ้นจากจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ต่ำลง การเทรดด้วยกลยุทธ์นี้ เราจะเทรดก็ต่อเมื่อสามารถระบุเทรนด์ของราคาได้แล้วเท่านั้น
  2. ระบุแนวรับหรือแนวต้านที่อาจเกิดการกลับตัว จุดสูงสุดหรือต่ำสุดจะเห็นได้ชัดจากยอดหรือจุดก้นเหวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
  3. รอให้ราคาหยุดนิ่งที่ระดับแนวต้าน (สำหรับขาขึ้น) หรือแนวรับ (สำหรับขาลง) หากอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่จะเปลี่ยนเป็นขาลง ตลาดจะต้องหยุดสร้างจุดสูงสุดที่สูงกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้า
  4. รอให้ตลาดสร้างจุดสูงสุดที่ต่ำกว่า เมื่อสร้างแล้ว ให้วางคำสั่งขายที่คุณต้องการ

การบริหารความเสี่ยง

  1. ระบุจุดตัดขาดทุนของคุณให้ชัดเจน หากอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น stop-loss ควรอยู่เหนือจุดสูงสุดล่าสุด
  2. พิจารณาลดความเสี่ยงก่อนลงทุนด้วยกลยุทธ์นี้ เนื่องจากคุณกำลังเทรดสวนทางกับแนวโน้มหลักก่อนหน้า
  3. แทนที่จะใช้ความเสี่ยง 1% พิจารณาใช้ความเสี่ยง 0.5% จะเหมาะสมกว่า
  4. ระบุระดับราคาเป้าหมายที่คุณต้องการ หากอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ให้หาระยะห่างจากจุดต่ำสุดล่าสุดไปยังจุดสูงสุดล่าสุด จากนั้นหากกรอบราคาทั้งหมดจากจุดต่ำสุดและจุดสูงสุด

การวางออเดอร์

  1. สำหรับการทำกำไรขาลง ให้เทรดทันทีที่ราคาทะลุต่ำกว่าจุดต่ำสุดล่าสุด เพราะนี่คือตลาดที่กำลังส่งสัญญาณขาลง สังเกตได้ว่าเทรนด์แบบนี้มักจะเกิดจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้า เช่นเดียวกันกับจุดต่ำสุด ที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ

การเทรดแบบนี้เป็นกลยุทธ์การลงทุนแบบคลาสสิค นักลงทุนจะปล่อยให้ตลาดเลือกทิศทางก่อน จากนั้นค่อยวางคำสั่งเทรด ในความเป็นจริง มีกลยุทธ์การกลับตัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคนก็ใช้อินดิเคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป บางกลยุทธ์มีไว้สำหรับการเปลี่ยนเทรนด์อย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางกลยุทธ์จำเป็นต้องรอให้มีพฤติกรรมราคาบางเงื่อนไขเกิดขึ้นก่อน

 

กลยุทธ์การเทรดที่ 4: เก็บกำไรสั้นๆ จากส่วนต่างราคา

การเก็บกำไรสั้นๆ จากส่วนต่างราคา หรือที่นักลงทุนในวงการจะเรียกวิธีนี้สั้นๆ ว่า ‘สแคปปิ้ง (Scalping)’ Scalping กลยุทธ์นี้จะเป็นการเข้าออกตลาดอย่างรวดเร็ว ทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา หากจะลงทุนด้วยกลยุทธ์นี้ คุณต้องหาตลาดที่มีค่า pip ต่ำที่สุด เพื่อให้คุณได้เปรียบที่สุดในทุกๆ การวางคำสั่งซื้อขาย 

การเทรดแบบนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ยาก เพราะเทรดเดอร์ต้องอาศัยประสบการณ์ ความเข้าใจทั้งในแง่ของต้นทุนที่คุณมี และเงื่อนไขค่าสเปรดที่แต่ละโบรกเกอร์มีให้ ค่าสเปรดเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากคุณตั้งเป้าจะทำกำไร 2 จุด แต่ค่าสเปรดกลับขยายขึ้นเกิน 2 pip อย่างรวดเร็ว ความได้เปรียบของคุณจะหายไปในทันที

analysis-trading-strategies-day-trading-strategies-mt4-image

กลยุทธ์การซื้อขายใดบ้างที่ใช้กับ MT4?

ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบใด ก็สามารถใช้กับแพลตฟอร์ม MT4 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่ MT4 มีอินดิเคเตอร์ยอดนิยม เพื่อให้คุณสามารถเทรดด้วยกลยุทธ์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถใช้อินดิเคเตอร์แบบตั้งค่าเอง ที่ได้รับการพัฒนาโดยกลุ่มนักลงทุนบน MT4 อินดิเคเตอร์ใดที่คุณต้องการสำหรับกลยุทธ์ของคุณ คุณจะสามารถใช้ได้ทั้งหมดผ่าน MT4

เหตุผลหนึ่งที่ MT4 ได้รับความนิยมเป็นเพราะความสามารถในการใช้กลยุทธ์การเทรดแบบอัตโนมัติ (EAs) คือโปรแกรมที่ทำการเทรดตามเงื่อนไขที่คุณกำหนด ยกตัวอย่างง่ายๆ หาก A, B และ C ถูกตั้งค่าไว้ทั้งหมด การเทรดของคุณก็จะถูกดำเนินการตามนั้น

ที่ MT4 ยังมีคลังกลยุทธ์การเทรดฟรีและอินดิเคเตอร์ที่มีอยู่แล้วในแพลตฟอร์ม การนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้กับกราฟของคุณทำได้ง่ายเพียงแค่ลากออกมา และวางไปบนกราฟเท่านั้น

 กลยุทธ์การเทรดสกุลเงินดิจิทัล

กลยุทธ์การเทรดสกุลเงินดิจิทัลอาจแตกต่างกันไปจากกลยุทธ์การซื้อขายในตลาดอื่นๆ เนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนมากกว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สกุลเงินดิจิทัลอย่างบิทคอยน์ (Bitcoin) จะขึ้นลง 10% ภายในวันเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถใช้กลยุทธ์ที่กล่าวมาในบทความทั้งหมดได้ คุณก็ยังควรจะตรวจสอบให้แน่ใจว่ากลยุทธ์ความเสี่ยงของคุณสอดคล้องกับตลาดที่คุณเทรด คุณควรจะเช็คให้แน่ใจว่าคุณมีมาร์จิ้นเพียงพอ (เงินทุนที่มีอยู่) เพื่อรับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด กุญแจสำคัญในการเทรดตลาดสกุลเงินดิจิทัลคือการจัดการความเสี่ยงของคุณ 

กลยุทธ์การเทรดในตลาดฟอเร็กซ์

กลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการวิเคราะห์ทางเทคนิค เหตุผลที่เทรดเดอร์ชอบใช้กลยุทธ์การลงทุนกับตลาดฟอเร็กซ์เพราะ

  • สภาพคล่อง: ตลาดฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่เข้าออกได้ง่ายมาก ดังนั้นการวางแผนระดับความเสี่ยงของคุณจึงสามารถทำได้ง่ายกว่ามาก
  • ตลาดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง 5 วัน: ตลาดฟอเร็กซ์เปิดให้บริการตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ถึงคืนวันศุกร์ ซึ่งหมายความว่าคุณจะมีโอกาสเทรดมากมาย
  • ต้นทุนในการลงทุนต่ำ: เพราะฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่ปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องที่สูงมาก ค่าใช้จ่ายของคุณคือค่าสเปรดต่ำที่สุด ซึ่งหมายความว่าคุณมีโอกาสที่จะทำกำไรได้ดีกว่า 

กลยุทธ์การซื้อขายหุ้น

กลยุทธ์การซื้อขายหุ้นจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ หากคุณต้องการซื้อและถือยาว คุณต้องพิจารณาว่าคุณจะได้เทรดโดยใช้เลเวอเรจและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการถือครองคำสั่งซื้อขายนั้นในระยะยาวหรือไม่ 

หากคุณต้องการทำเดย์เทรดกับการซื้อหุ้นรายวัน คุณต้องพิจารณาให้ดีว่าคุณเทรดนั้นใช้เลเวอเรจหรือไม่ เพราะต้องระวังด้วยว่าตลาดหุ้นมักจะเคลื่อนไหวในช่วงที่กว้างกว่าตลาดดัชนีหุ้นหรือฟอเร็กซ์

ช่องว่างระหว่างราคา (Gap) ถือเป็นตัวตัดสินสำคัญ เป็นจุดที่จะเป็นการเก็บค่าส่วนต่างในการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งแต่ละตลาดมีไม่เท่ากัน ประเด็นนี้มีผลอย่างมากในการวางกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของคุณ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง อาจส่งผลต่อความคุ้มค่าในการวาง stop-loss และความเสี่ยงของคุณ 

 

คุณควรเลือกกลยุทธ์ใด / และกลยุทธ์ไหนคือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ?

กลยุทธ์การเทรดทั้งหมดไม่มีกลยุทธ์ใดที่ชนะและแพ้ไปตลอด คุณต้องอดทนและเรียนรู้ที่จะเข้าใจว่าระยะเวลาที่เพียงพอมีผลต่อความสามารถในการใช้งานกลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์บางอย่างอาจใช้ได้ผล และบางกลยุทธ์ก็ใช้ไม่ได้ การซื้อขายเป็นเรื่องส่วนบุคคล เลือกกลยุทธ์ที่คิดว่าเหมาะกับกับรูปแบบวิถีการดำเนินชีวิตของคุณมากที่สุด

แต่คำถามที่มักจะตามมาก็คือแล้วกลยุทธ์ไหนที่เหมาะสมกับเราที่สุด? นี่คือคำแนะนำสองสามข้อที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้

  • มีเวลาเหลือเฟือ? มีเวลาทุ่มเทมากขึ้น คุณสามารถลองใช้เดย์เทรด
  • ไม่ค่อยมีเวลาว่าง? คุณสามารถดูกราฟได้สัปดาห์ละครั้ง ลองเทรดแบบสวิง
  • คิดถึงเทรดอยู่เสมอ? พยายามเทรดในวันนั้นให้จบ และไม่ต้องเปิดคำสั่งซื้อขายในตอนกลางคืน
  • สนุกกับการวิเคราะห์? พิจารณาใช้อินดิเคเตอร์ คุณสามารถเพิ่มออสซิลเลเตอร์ เช่น RSI และ MACD เพื่อช่วยยืนยันสัญญาณเข้าเทรดของคุณ
  • ควรลองกลยุทธ์ใดก่อน? มีสามกลยุทธ์หลัก เทรดตามเทรนด์ เทรดสวนเทรนด์ เทรดอยู่ในกรอบราคา อาจจะลองเริ่มต้นด้วยการเทรดตามเทรนด์ก่อน

Wei Qiang Zhang กรรมการผู้จัดการของ ATFX (สหราชอาณาจักร) ให้ความเห็นว่า: “ที่ ATFX เรารู้สึกรับผิดชอบเสมอที่จะตอบแทนสังคม และเรามีความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในชุมชนที่เราดำเนินกิจการอยู่ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ATFX ได้ช่วยเหลือผู้คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จากทั่วทุกมุมโลกมาโดยตลอด”

ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for the UK residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, or a solicitation to buy or sell any investments. Please visit https://www.atfx.com/ar/ to proceed.
ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for the UK residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, or a solicitation to buy or sell any investments. Please visit https://www.atfx.com/en/ to proceed.
ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for the UK residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, or a solicitation to buy or sell any investments. Please visit https://www.atfx.com/en-za/ to proceed.
ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for Hong Kong residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, solicitation to buy or sell any investments.

使用限制: 本網站的產品及服務不適合香港居民使用。網站內部的信息和素材不應被視為分銷,要約,買入或賣出任何投資產品。

ATFX

Restrictions on Use

Products and Services on this website are not suitable for the UK residents. Such information and materials should not be regarded as or constitute a distribution, an offer, or a solicitation to buy or sell any investments. Please visit https://atfxgm.eu/en/ to proceed.

ATFX

Restrictions on Use

AT Global Markets (UK) Limited does not offer trading services to retail clients.
If you are a professional client, please visit https://atfxconnect.com