Spread Bet และ CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ 54.76% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยเสียเงินเมื่อเทรด Spread Bet/CFD กับผู้ให้บริการรายนี้ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงกลไกการทำงานของ CFD/Spread Betting และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่
54.76% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยเสียเงินเมื่อเทรด Spread Bet/CFD กับผู้ให้บริการรายนี้
Spread Bet และ CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ 54.76% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยเสียเงินเมื่อเทรด Spread Bet/CFD กับผู้ให้บริการรายนี้ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงกลไกการทำงานของ CFD/Spread Betting และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่
75.12% of retail investor accounts lose money when trading CFDs / Spread betting with this provider.
Spread bets and CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 75.12% of retail investor accounts lose money when trading CFDs / Spread betting with this provider. You should consider whether you understand how CFDs / Spread betting work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.
ATFX

หมายเลขจดทะเบียน FCA เลขที่ 760555

พอร์ทัลลูกค้า
เริ่มต้นเทรด
rch

นับถอยหลังสู่การประชุมอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางแคนาดา ที่จะเป็นตัวตัดสินทิศทางการเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา

ในวันพุธ ธนาคารกลางแห่งแคนาดา (BoC) จะประกาศการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในเวลา 23:00 น. ในการประชุมครั้งนี้ ตลาดลงทุนคาดว่าความเป็นไปได้ 70%-75% BoC ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 จุดเบสิส อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดว่า BoC จะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นักวิเคราะห์มองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนั้นแสดงถึงความเชื่อมั่น และมีแนวโน้มที่จะส่งสัญญาณที่ชัดเจนของการดำเนินนโยบายการเงินใหม่ ดังนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่จึงกังวลว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของแคนาดาในการประชุมครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของวัฐจักรเศรษฐกิจใหม่เลยหรือไม่?

 

BoC ส่งสัญญาณทำนโยบายการเงินตึงตัวออกมาแล้วหลายครั้ง

 

แม้ว่าตลาดลงทุนจะทำใจสำหรับการทำนโยบายการเงินให้มีความตึงตัว (hawkish) มากขึ้น จาก BoC เอาไว้บ้างแล้ว แต่ข้อมูลที่ได้รับก็ยังคงสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน ในช่วงการระบาดใหญ่ ธนาคารกลางแคนาดาได้อัดฉีดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์แคนาดาเข้าสู่ระบบการเงิน ผ่านโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) นอกจากนี้ยังเพิ่มการถือครองพันธบัตรอีกประมาณ 350 พันล้านดอลลาร์แคนาดา

 

อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคม ปี 2021 ธนาคารกลางแคนาดาได้ยกเลิกนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณอย่างกะทันหัน BoC ประกาศยุติ QE ก่อนกำหนดโดยไม่มีใครคาดคิด ทำให้แคนาดาเป็นเศรษฐกิจ G7 แห่งแรกที่ยุติ QE ก่อนประเทศเศรษฐกิจอื่นๆ

 

ประธานธนาคารกลางแคนาดานายทิฟฟ์ แมคเลม ประกาศว่า BoC จะหยุดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลแคนาดา ซึ่งเป็นการสิ้นสุดโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หลังจากนั้น ธนาคารกลางแห่งประเทศแคนาดากล่าวว่าหลังจากสิ้นสุด QE แล้ว BoC จะเข้าสู่ขั้นตอนการวางนโยบายการเงินใหม่ ก็คือ BoC จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลแคนาดาในจำนวนเท่ากัน เพื่อทดแทนพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอน นั้นจึงเท่ากับว่า BoC สามารถรักษาการถือครองสินทร้พย์โดยรวมเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

 

อย่างไรก็ตาม BoC กลับล้มเหลวในการเป็นประเทศ G7 ประเทศแรกที่ขึ้นอัตราดอกเบี้ย พวกเขาแค่เพิ่มความคาดหวังในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2022 เท่านั้น เพราะมีนักลงทุนหลายคนคาดว่าธนาคารกลางแคนาดาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสที่สอง BoC ได้เลื่อนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกเป็นเดือนมีนาคมจากเดือนเมษายน ธนาคารสโกเทียแบงก์ให้ความเห็นว่าธนาคารกลางแคนาดาอาจจะไม่รอนานขนาดนั้น

 

ทำไม BoC ถึงต้องรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วนัก?

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการใช้จ่ายของรัฐบาลด้วยเงินมหาศาล การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดจากแคนาดาแสดงให้เห็นว่าเหตุใดมาตรการการเงินที่เข้มงวดจึงมีความจำเป็นในแคนาดา

 

ตามข้อมูลทางสถิติล่าสุดของแคนาดา ดัชนีราคาผู้บริโภคของแคนาดา (CPI) ในเดือนธันวาคมปี  2021 เร่งตัวขึ้นเล็กน้อย 4.8% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 1991 และถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 19 เดือนติดต่อกัน ด้วยเหตุนี้ อัตราเงินเฟ้อของประเทศจึงอยู่เหนือระดับเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารกลางแคนาดาที่ประมาณ 2% เป็นเวลา 9 เดือนติดต่อกัน ทำให้เกิดแรงกดดันให้ธนาคารกลางแคนาดาต้องควบคุมอัตราเงินเฟ้อโดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทำให้ต่อต้นทุนค่าขนส่ง ที่อยู่อาศัย และราคาต้นทุนต่างๆ สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาอาหารและสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของชาวแคนาดาเพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2011 นอกจากนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็เพิ่มขึ้น 4.7% เช่นเดียวกับราคาการบริการที่เพิ่มขึ้น 2.3% และราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น 31.2% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1981

 

ในแง่ของอัตราการจ้างงาน ข้อมูลสถิติของแคนาดาแสดงให้เห็นว่าอัตราการว่างงานของประเทศแคนาดาในเดือนธันวาคม 2021 มีตัวเลขอยู่ที่ 5.9% ซึ่งต่ำกว่า 6% ของเดือนพฤศจิกายนเล็กน้อย ในเดือนธันวาคม จำนวนคนว่างงานทั้งหมดมีตัวเลขอยู่ที่ 1.21 ล้านคน ใกล้เคียงกับเดือนพฤศจิกายน แต่นั่นก็เพิ่มขึ้นจาก 1.15 ล้านคนในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 หรือตั้งแต่ก่อนเกิดโรคระบาด ข้อมูลทั้งหมดนี้หมายความว่าตลาดแรงงานของแคนาดากำลังกลับสู่ระดับก่อนเกิดโรคระบาด เกิดเป็นเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

การขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาอย่างไร?

 

เมื่อเศรษฐกิจของแคนาดาบรรลุเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งในแง่ของการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อ ดังนั้นตลาดลงทุนจึงคาดหวังว่าธนาคารกลางแคนาดาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ดังนั้น หากการประชุมนโยบายการเงินครั้งนี้มีมติว่าแคนาดาจะเริ่มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็จะกลายเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์แคนาดา 

 

นอกจากนี้ ดอลลาร์แคนาดายังเป็นสกุลเงินที่มีการอ้างอิงมูลค่ากับราคาน้ำมัน และด้วยปัญหาการขาดแคลนอุปทานน้ำมัน จึงทำให้ราคาน้ำมันต่างประเทศในปีนี้จึงปรับตัวเพิ่มขึ้น จนถึงตอนนี้ราคาน้ำมันก็ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วมากถึง 34% เกือบจะแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ซึ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเงินดอลลาร์แคนาดาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 จะยังคงอยู่ภายใต้แนวโน้มขาลง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ก่อนหน้านี้เงินดอลลาร์แคนาดาร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบหนึ่งปี ปัจจุบันโควิดยังคงแพร่ระบาดอยู่ในหลายประเทศ ดังนั้นธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจตัดสินใจที่จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ 

 

ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นจะส่งแรงกดดันทางอ้อมต่อสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา แต่ในระยะยาว เงินดอลลาร์แคนาดาก็จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและนโยบายการเงินแบบตึงตัวของ BoC ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์แคนาดาที่อ่อนค่าสามารถกลับมาแข็งค่าได้อีกครั้งนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมปี 2021 อย่างไรก็ตาม ตลาดจะให้ความสำคัญนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มากกว่าเพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการลดขนาดงบดุลจะทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และกดดันดอลลาร์แคนาดาให้อ่อนค่าลง

Last Updated: 25/01/2022

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ตลาดลงทุนนี้จัดทำขึ้นสำหรับ ATFX โดยบุคคลที่สามโดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มุมมองใด ๆ ที่แสดงออกมาไม่ถือเป็นการแนะนำส่วนตัวหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายเนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์หรือวัตถุประสงค์ส่วนบุคคลของคุณ ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าเป็นการให้คำแนะนำในการลงทุน คุณจึงควรศึกษาด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ ข้อมูลนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมหรือให้คำแนะนำการลงทุน ดังนั้นจึงถือเป็นการสื่อสารการตลาดเท่านั้น แม้ว่าเราจะไม่ได้ถูกจำกัดเรื่องการให้คำแนะนำ แต่เราไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์จากคำแนะนำเหล่านี้ก่อนที่จะส่งให้กับลูกค้าของเรา เรามุ่งมั่นที่จะสร้าง รักษาและดำเนินการบริหารจัดองค์กรที่มีประสิทธิภาพโดยมีจุดประสงค์เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่สมเหตุสมผล ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือความเสียหายต่อผลประโยชน์ของลูกค้าของเรา ข้อมูลตลาดลงทุนของเราได้มาจากแหล่งข้อมูลอิสระที่เชื่อว่าสามารถเชื่อถือได้ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้เป็นตัวแทนหรือรับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์และไม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อผลที่ตามมาจากการใช้งานโดยผู้รับ ไม่อนุญาตให้นำข้อมูลทั้งหมดหรือบางส่วนไปทำซ้ำ


 

ข่าวสารล่าสุด

ข่าวสารล่าสุด
Ethereum กำลังมุ่งหน้าลงทดสอบแนวรับที่ $1,900

ตลาดคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency) และสกุลเงินดิจิทัลอีเทอเรียม (Ethereum) ได้วิ่งอยู่ในต...

ข่าวสารล่าสุด
AUD ยังไม่อาจผ่านแนวต้าน 0.70675 ขึ้นไปได้ แม้ตัวเลขการจ้างงานจะดีขึ้น

แม้ว่าจะมีข่าวว่าข้อมูลการจ้างงานปรับตัวดีขึ้น แต่ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD/USD) กลับไม่สามาร...

ข่าวสารล่าสุด
ภาพรวมสถานการณ์เงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

นับตั้งแต่ธนาคารกลางทั่วโลกใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ ไปจนถ...

ข่าวสารล่าสุด
ราคาน้ำมันเจาะแนวต้านได้สำเร็จ เป้าหมายต่อไปคือ $116 ต่อบาร์เรล

แรงส่งขาขึ้นในตลาดน้ำมันได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบสามารถทะลุแนวต้านที่ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้...

ข่าวสารล่าสุด
นักลงทุนเชื่อเฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อสูงในอเมริกา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐอเมริกาได้รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงานขอ...