Spread Bet และ CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ 62.96% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยเสียเงินเมื่อเทรด Spread Bet/CFD กับผู้ให้บริการรายนี้ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงกลไกการทำงานของ CFD/Spread Betting และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่
62.96% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยเสียเงินเมื่อเทรด Spread Bet/CFD กับผู้ให้บริการรายนี้
Spread Bet และ CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ 62.96% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยเสียเงินเมื่อเทรด Spread Bet/CFD กับผู้ให้บริการรายนี้ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงกลไกการทำงานของ CFD/Spread Betting และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่
75.12% of retail investor accounts lose money when trading CFDs / Spread betting with this provider.
Spread bets and CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 75.12% of retail investor accounts lose money when trading CFDs / Spread betting with this provider. You should consider whether you understand how CFDs / Spread betting work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.
ATFX

หมายเลขจดทะเบียน FCA เลขที่ 760555

rch
พอร์ทัลลูกค้า
เริ่มต้นเทรด
rch

เทรดเดอร์บางคนทำการวางคำสั่งซื้อขายโดยเพียงแค่คลิกที่หน้าจอคำสั่ง F9 และคลิก "ซื้อหรือขาย" โดยไม่สนใจว่าราคาที่ตัวเองกำลังเอาเงินทุนไปลงทุนนั้นจะต้องเผชิญกับอะไร มีโอกาสน้อยถึงน้อยมากที่การวางคำสั่งซื้อขายในแต่ละครั้ง เราจะได้ราคาที่เล็งไว้ในตอนก่อนซื้อพอดี ต่อให้ไม่มีเหตุการณ์สลิปเพจเกิดขึ้นก็ตาม เพราะในความเป็นจริงนั้น ราคาในตลาดเคลื่อนที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็วกว่าที่เราจะกดตามด้วยตัวเองทัน

MT4-bid-ask-price

สำหรับนักลงทุนที่ตั้งคำถามว่าทำไมแทบจะทุกครั้งที่วางคำสั่งซื้อขาย พวกเขาจึงไม่เคยได้ราคาที่ต้องการเลย เมื่อได้หาสาเหตุที่มาของคำถามนั้น จึงได้พบว่าที่จริงแล้วตลาดมีสิ่งที่เรียกว่าราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) ที่เป็นตัวทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าลงทุนในราคาที่ต้องการได้ ในบทความนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังว่าทำไมราคาเสนอซื้อและขายจึงมีความสำคัญต่อทั้งฝั่งนักลงทุนและธนาคาร

 

1. ราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) ไม่เท่ากัน

ความจริงประการหนึ่งที่นักลงทุนควรทราบคือไม่มีตลาดลงทุนไหนที่มีราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายเท่ากัน แม้แต่ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างวอลล์ สตรีทเองก็มีราคาซื้อขายหุ้นบางตัวไม่เท่ากับตลาดเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต เพราะทั้งสองตลาดมีสิ่งที่เรียกว่าค่าธรรมเนียม (Spread) ที่ต่างกันออกไปในหุ้นแต่ละตัว ทำให้การซื้อหุ้นตัวเดียวกัน ในตลาดที่ต่างกัน ได้ราคาที่ไม่เท่ากัน

ความเป็นจริงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะตลาดหุ้น แต่รวมไปถึงตลาดฟอเร็กซ์ด้วย แม้แต่คู่สกุลเงินที่มักจะมีค่าสเปรดต่ำที่สุดในทุกๆ โบรกเกอร์อย่าง EURUSD ยังมีราคาเสนอซื้อและขายที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นสมมุติว่าอยู่ในเวลาเดียวกันที่ 12:30 ราคาเสนอซื้อของ EURUSD ในช่วงเวลานั้นอาจจะอยู่ที่ 1.1965 แต่ราคาเสนอขายกลับอยู่ที่ 1.1967 เมื่อทำมาเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่ามีค่าสเปรดอยู่ที่ 0.0002 หรือที่ภาษานักลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์มักจะเรียกว่า “ห่างกัน 2 จุด”

 

2. ค่าสเปรด (Spread) คือรายได้หลักของแพลตฟอร์มผู้ให้บริการลงทุน (โบรกเกอร์ & ธนาคาร)

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการลงทุนในตลาดหุ้นหรือฟอเร็กซ์ทุกวันนี้ ผู้ให้บริการคือผู้ที่ไปดึงราคามาจากตลาดหลักให้เราได้ลงทุน ดังนั้นพวกเขาจึงมีสิทธิ์ที่จะทำกำไรจากการเป็นตัวกลางระหว่างนักลงทุนกับตลาดลงทุน หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า “ค่าธรรมเนียม (fee)” ซึ่งในตลาดฟอเร็กซ์ เราจะเรียกค่าธรรมเนียมนี้ว่า “ค่าสเปรด (spread)” สาเหตุที่โบรกเกอร์เหล่านี้ต้องทำกำไรจากค่าสเปรดเนื่องจากเป็นแหล่งรายได้เดียวของพวกเขา โดยส่วนมากโบรกเกอร์ออนไลน์เหล่านี้จะไม่มีการเก็บค่าคอมมิชชัน

 

3. สำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดา ค่าเสเปรดคือต้นทุน

จากเหตุผลที่ได้อธิบายไปในข้อที่ 2 กำไรที่โบรกเกอร์จะได้รับ จึงกลายมาเป็นต้นทุนให้กับนักลงทุน หากพูดกันตามทฤษฎีแล้ว วิธีการลงทุนที่จะประหยัดต้นทุนให้กับฝั่งนักลงทุนมากที่สุดคือ การได้วางคำสั่งซื้อในราคาที่ต่ำที่สุด และการได้วางคำสั่งขายในราคาที่สูงที่สุด

แต่ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือ คุณไม่ใช่คนๆ เดียวที่เห็นราคาที่ต่ำหรือสูงที่สุด ในขณะที่คุณกำลังวางคำสั่งซื้อขาย ก็มีคนที่เห็นตำแหน่งราคานั้นเช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลอธิบายว่าทำไมเวลาที่คุณวางคำสั่งซื้อในจุดที่คิดว่าต่ำสที่สุดแล้ว คุณจึงยังได้ราคาที่สูงกว่าที่ต้องการในตอนแรก เพราะนอกจากค่าสเปรดแล้ว ยังมีนักลงทุนอีกหลายคน ที่กำลังแย่งซื้อหรือขายในราคาเดียวกันกับคุณอยู่

ตามการกำหนดราคาในโปรแกรม MT4 ที่โบรกเกอร์ทำสัญญากับบริษัทผู้ผลิต MT4 เพื่อขอกำหนดราคาเอง ราคาขายมักจะถูกวางไว้ที่ด้านซ้ายของแผงคำสั่ง และราคาซื้อมักจะวางไว้ที่ด้านขวาของแผงคำสั่ง ในแผง K-line ราคาเสนอซื้อสูงกว่า จึงเป็นเส้นแนวนอนด้านบน ราคาเสนอขายที่ต่ำกว่า จึงเป็นเส้นแนวนอนด้านล่าง

MT4-trading

4. วิธีการเรียกเส้นแสดงราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายให้ปรากฎออกมาบนหน้าจอ

โดยปกติแล้วโปรแกรม MT4 จะแสดงเส้นราคาเสนอขายออกมาบนหน้าจอ (เส้นแนวนอนสีเทา) แต่เส้นราคาเสนอซื้อนั้นจะไม่ถูกตั้งค่าให้ปรากฎออกมาตั้งแต่แรก สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดในไทม์เฟรมปกติ จะไม่เห็นความแตกต่างระหว่างการมีหรือไม่มีเส้นราคาเสนอซื้อ แต่สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดในกราฟรายนาที เส้นราคาเสนอซื้อถือว่ามีความสำคัญสำหรับพวกเขามาก เพราะค่าสเปรดที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาหมายถึงกำไรและขาดทุนที่เขาจะได้ในการวางคำสั่งซื้อขายแต่ละครั้ง 

หลังจากติดตั้งซอฟต์แวร์โปรแกรม MT4 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้คลิ๊กที่ปุ่ม F8 บนคีย์บอร์ดเพื่อดึงหน้าต่าง “คุณสมบัติ (properties)” ขึ้นมา จากนั้นให้เลือกที่คำว่า “แสดงเส้นราคาเสนอซื้อ (Show Bid Line)” ที่บริเวณมุมขวาด้านล่าง โดยติ๊กในช่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ด้านหน้าของคำดังกล่าว จากนั้นคลิ๊กที่คำว่า “โอเค (OK)” เมื่อดำเนินการตามนี้ คุณจะได้เส้นราคาเสนอซื้อขึ้นมาอยู่เหนือเส้นราคาเสนอขาย

 

5. ระบบจะเก็บค่าสเปรดเมื่อไหร่ ตอนที่เปิดหรือปิดคำสั่งซื้อขาย?

สำหรับคำถามข้อนี้เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือตอนที่กำลังเปิดคำสั่งซื้อที่วางอยู่ในโปรแกรม MT4 ทันทีที่เราส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาด และเห็นว่าออเดอร์ของเราติดลบก่อนที่จะกลับกลายมาเป็นบวก จังหวะนั้นคือช่วงเวลาที่ระบบกำลังแสดงค่าสเปรจากออเดอร์ของเราให้ได้เห็น

ยกตัวอย่างเช่น คุณกำลังเทรดคู่สกุลเงิน EURUSD ด้วยมูลค่า 1 ล็อต และในช่วงที่ทำการซื้อขายนั้น ค่าสเปรดของกราฟ EURUSD มีอยู่ที่ 1.8 ทั้งสำหรับคำสั่งซื้อและคำสั่งขาย ทันทีที่คุณเปิดออเดอร์ในระบบ คุณจะเห็นว่าเงินของคุณติดลบทันที $18 จำนวน -18 ตรงนั้นเองคือค่าสเปรดของการเปิดคำสั่งซื้อขาย หรือหากว่าคุณยังไม่เห็นภาพ ให้ลองวางคำสั่งซื้อขายแล้วกดเปิดทันทีหลังจากที่เปิด คุณจะเห็นว่ามีเงินจำนวนหนึ่งที่หายไป เงินจำนวนนั้นคือค่าสเปรด

MT4-trading-strategy

โดยสรุปแล้ว

หากมองโดยผิวเผิน การวางคำสั่งซื้อขายเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจและทำได้ง่ายในทางทฤษฎี  มีเพียงคำซื้อเมื่อเห็นว่าตลาดมีแนวโน้มจะวิ่งไปในทิศทางขาขึ้น และวางคำสั่งขายเมื่อเห็นว่าตลาดมีแนวโน้มจะวิ่งไปในทิศทางขาลง คำสั่งบาย (Buy) จะถูกเปิดที่ราคาเสนอขาย (ask) และปิดที่ราคาเสนอซื้อ (bid) ในขณะที่คำสั่งขาย (Sell) จะถูกเปิดที่ราคาเสนอซื้อ (bid) และปิดที่ราคาเสนอขาย (ask)

แต่เมื่อพูดถึงทางปฏิบัติแล้ว การวางคำสั่งซื้อขายในจุดที่คุ้มค่ากับเวลาและความรู้ที่เราลงทุนเพื่อศึกษามามากที่สุดถือเป็นเรื่องที่ยาก แม้แต่นักลงทุนมืออาชีพบางคนก็ยังไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้ดี

ดังนั้นการเข้าใจถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างราคาเสนอซื้อหรือราคาเสนอขายจึงเป็นรายละเอียดที่สำคัญ เพราะนอกจากการวางคำสั่งซื้อขายแล้ว นักลงทุนยังต้องทำความเข้าใจลงไปถึงลักษณะการวิ่งของกราฟคู่สกุลเงินแต่ละตัว เวลาไหนคือช่วงเวลาที่ค่าสเปรดของคู่สกุลเงินที่เราเลือกมีความผันผวนน้อยที่สุด? ช่วงเวลาไหนที่คู่สกุลเงินที่เราเลือกจะเริ่มมีปฏิกริยาตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของข่าวเศรษฐกิจ? นี่คือสิ่งที่นักลงทุนจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นตัวกำหนดความเสี่ยงว่าจะมีมากหรือน้อยกับราคาเสนอซื้อหรือขายของคู่สกุลเงินที่เรากำลังจะเลือกลงทุน

 

เรียนรู้การลงทุนด้วยการเปิดบัญชี MT4 หรือทดลองเทรดในบัญชีเงินสมมุติเพื่อเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนได้เลย!

Last Updated: 04/10/2021

This market commentary and analysis has been prepared for ATFX by a third party for general information purposes only. Any view expressed does not constitute a personal recommendation or solicitation to buy or sell as it does not take into account your personal circumstances or objectives, and should therefore not be interpreted as financial, investment or other advice, or relied upon as such. You should therefore seek independent advice before making any investment decisions. This information has not been prepared in accordance with legal requirements designed to promote the independence of investment research and as such is considered to be a marketing communication. Although we are not specifically constrained from dealing ahead of our recommendations we do not seek to take advantage of them before they are provided to our clients. We aim to establish and maintain and operate effective organisational and administrative arrangements with a view to taking all reasonable steps to prevent conflicts of interest from constituting or giving rise to a material risk of damage to the interests of our clients. The market data is derived from independent sources believed to be reliable, however we make no representation or warranty of its accuracy or completeness, and accept no responsibility for any consequence of its use by recipients. Reproduction of this information, in whole or in part, is not permitted.


 

Recent Posts

กลยุทธ์การเทรด - สำหรับผู้เริ่มต้น
3 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อนักลงทุนตัดสินใจที่จะซื้อหรือขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นั่นหมายถึงว่าพวกเขากำลังแสดงควา...

กลยุทธ์การเทรด - สำหรับผู้เริ่มต้น
การเทรดฟอเร็กซ์คืออะไร?

เชื่อว่าถึงตอนนี้นักลงทุนหลายคนอาจจะรู้จักการลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ไปไม่มากก็น้อย แต่สำหรับมื...

กลยุทธ์การเทรด - สำหรับผู้เริ่มต้น
อะไรดีกว่ากันระหว่างการเทรดด้วยตัวเองและการเทรดโดยมีผู้ช่วยอัจฉริยะ

การเทรดโดยมีผู้ช่วยอัจฉริยะ การซื้อขายอัตโนมัติหรือที่เรียกว่าการซื้อขายด้วยอัลกอริธึม คือ...

กลยุทธ์การเทรด - สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์
ทำไมค่าเลเวอเรจในตลาดฟอเร็กซ์ถึงได้มีราคาสูง?

คำว่าเลเวอเรจ (Leverage) หากเป็นดูในพจนานุกรมแล้วจะพบกับความหมายที่ว่า “การดึงกำลังหรือเทค...

กลยุทธ์การเทรด - สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์
สิ่งที่นักลงทุนควรทราบเกี่ยวกับ 3 ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา

นักลงทุนส่วนใหญ่ทราบดีว่ามีดัชนีหุ้นสหรัฐที่สำคัญสามตัว ได้แก่ ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) แ...